วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552
ยามยาก
เดือนนี้เป็นเดือนที่ผมลำบากมาก เนื่องจากที่บ้านไม่สามารถส่งเงินมาให้ผมได้ ผมรู้สึกแย่ ๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แต่ก็มีพี่ชายคนหนึ่งซึ่งเขารู้ว่าผมลำบากเรื่องเงินในเดือนที่ผ่านมาแต่เดือนนี้ผมแน่ใจว่าเขาจะรู้ไหม ก็มักจะชวนผมออกไปกินข้าวเสมอและทุก ๆ ครั้ง เขาจะเป็นคนจ่ายซึ่งส่วนตัวก็เกรงใจมาก แต่ก็ไม่อยากจะเอ่ยออกไป เพราะไม่มีเงินติดตัวไปหรือมีติดไปบ้างแต่ก็เป็นส่วนที่เหลือที่จะต้องใช้ให้ถึงสิ้นเดือน ผมอยากบอกเขาจริง ๆ ว่า ขอบคุณมากนะครับ
วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552
ครั้งแรกที่พยายาม
19 ปี ตั้งแต่เกิดมาคงมีครั้งนี้ล่ะ ที่พยายามจะเรียนให้ได้เกรดดี ๆ ซักครั้ง เอาไปให้คนที่บ้านได้ชมกัน แต่ผลจะออกมาเป็นยังไงก็ต้องรอดูต่อ
วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2552
ถ้าคุณมีลูก คุณจะเรียกเขาว่า ?
เมื่อ 2 - 3 วันก่อนผมไปเยี่ยมญาติของเพื่อนคลอดลูกที่โรงพยายาบกรุงเทพคริสเตียน
เมื่อผมไปถึงก็พบภาพที่น่าประทับใจเลยนั้นก็คือ แม่กำลังให้นมลูก น่ารักมาก ๆ
ผมก็เอาของฝากไปให้ญาติของเพื่อน หลังจากนั้นเราก็นั่งคุยกันในระหว่างที่ให้นมลูกนั้นแหละครับ
ผมก็เลยถามไปว่า ดีใจไหมครับ ได้เป็นแม่คนแล้ว
เขาก็ตอบมาว่า "มันเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดของพวกเรา" ต่อด้วย "ดิฉันไม่คิดเลยว่ามันจะออกมาจากตัวฉันจริง ๆ"
-----------------------------------------------------------------------------------------
มัน = ลูกตัวเอง
คือแบบว่า "มัน" น่าจะใช้กับพวกสัตว์มากกว่านะ
ผมว่าไม่น่าจะมาใช้กับลูกตัวเองเลย
แล้วเจอคำนี้เข้าไป "ดิฉันไม่คิดเลยว่ามันจะออกมาจากตัวฉันจริง ๆ"
แล้วลูกของคุณเป็นเอเลี่ยนหรือไง
เมื่อผมไปถึงก็พบภาพที่น่าประทับใจเลยนั้นก็คือ แม่กำลังให้นมลูก น่ารักมาก ๆ
ผมก็เอาของฝากไปให้ญาติของเพื่อน หลังจากนั้นเราก็นั่งคุยกันในระหว่างที่ให้นมลูกนั้นแหละครับ
ผมก็เลยถามไปว่า ดีใจไหมครับ ได้เป็นแม่คนแล้ว
เขาก็ตอบมาว่า "มันเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดของพวกเรา" ต่อด้วย "ดิฉันไม่คิดเลยว่ามันจะออกมาจากตัวฉันจริง ๆ"
-----------------------------------------------------------------------------------------
มัน = ลูกตัวเอง
คือแบบว่า "มัน" น่าจะใช้กับพวกสัตว์มากกว่านะ
ผมว่าไม่น่าจะมาใช้กับลูกตัวเองเลย
แล้วเจอคำนี้เข้าไป "ดิฉันไม่คิดเลยว่ามันจะออกมาจากตัวฉันจริง ๆ"
แล้วลูกของคุณเป็นเอเลี่ยนหรือไง
ละครไทย
พูดถึงละคร ในทุก ๆ ประเทศต้องมีละครแน่นอน !! แต่คงจะไม่สามารถสู้เนื้อเรื่องของละครไทยได้แน่ ๆ มีครบทุกรสชาติเป็นต้มยำกุ้งเลย หลาย ๆ เรื่องทำให้คนที่ดูมีความรู้สึกคล้อยตามละคร จนติดเป็นคนเสพยา แน่นอนรวมทั้งตัวผมด้วย ผมชอบดูละครแต่ก็ไม่ชอบดูละครที่มีตัวอิจฉาแรง ๆ เพราะมันจะทำให้รู้สึกหมั่นไส้มาก ๆ และไม่ชอบลุ้นมาก ถ้าลุ้นมาก ๆ จะทำให้คิดถึงแต่ละครจนไม่เป็นอันเรียนเลย เฮ้อ นิสัยไม่ดีเลย
ฉุนแทน - พ่อช่วยลูกชายโดนกระทืบ โชว์ปืนขู่ ลั่นไปโดนคู่อริ
ม.4 ตีกัน พ่อมาช่วย ยิงเด็กคาโรงเรียน อ้างลูกโดนรุม ชัก 9 มม. ขวาง ลั่นเปรี้ยงสาหัส ถือปืนมอบตัว (ข่าวสด) นักเรียนทะเลาะกันลามถึงผู้ปกครอง เผยเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนดังเมืองนนท์ หลังเลิกเรียนล้อมไม่ให้กลับบ้าน ฝ่ายพวกน้อยกว่าโทร.หาพ่อ ผู้เป็นพ่อเลยรีบบึ่งมารับพร้อมปืน 9 มม. มาถึงสงบศึกและเรียกผู้ปกครองอีกฝ่ายมาเจรจา สุดท้ายเรื่องไม่จบจนนักเรียนฝ่ายตรงข้ามโดนปืนสาหัส อ้างเห็นว่าจะไปทำร้ายลูกชายจึงไปห้ามแต่โดนแย่งปืนจึงทำให้ลั่นใส่ เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 20 สิงหาคม พ.ต.ท. ปัญญา ไอยราคม พนักงานสอบสวน (สบ 3) สภ.เมืองนนทบุรี สาขารัตนาธิเบศร์ รับแจ้งมีเหตุนักเรียนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในโรงเรียนมัธยมมีชื่อแห่งหนึ่งของจังหวัด ต.บางกระสอ อ.เมือง หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ภักดีณรงค์ ผกก., พ.ต.ท.กิตติ สกุณี รอง ผกก. ป., พ.ต.ท.ศิริวัฒน์ ดีพอ สวป., พ.ต.ท.ยิ่งยศ สุวรรณโณ สวป., พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ สว.สส., พ.ต.ต.สุทัศ พรหมอักษร สว.สส. และกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณศาลานั่งพักข้างสนามฟุตบอล พบนายอนุพงศ์ นิวาศานนท์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/61 หมู่ 8 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ทำงานอยู่บริษัท กสท ยืนถือปืนขนาด 9 มม. รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรงจุดเกิดเหตุพบแต่เพียงรอยเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนนทเวช ทราบชื่อคือนายรัก (นามสมมติ) บ้านอยู่ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นักเรียนชั้น ม.4/1 มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่หน้าแข้งขวากระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่ จำนวน 1 นัด แพทย์ผ่าตัดให้การช่วยเหลือ สอบสวนนายอนุพงศ์ มือปืนที่ก่อเหตุให้ปากคำว่า ลูกชายชื่อนายวิน (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4/4 โทรศัพท์มาหาที่บ้านและบอกว่าไม่สามารถกลับบ้านได้เนื่องจากถูกนักเรียนชั้น ม.4/1 ชั้นเดียวกันแต่คนละห้องดักจะรุมทำร้าย เมื่อตนทราบจึงชักชวนภรรยารีบขับรถจากบ้านมาที่โรงเรียนเพื่อรับลูกชายกลับ เมื่อขับรถมาถึงที่เกิดเหตุเห็นลูกชายกำลังถูกกลุ่มนักเรียนประมาณ 3 - 4 คน กำลังรุมใช้ไม้ตีและชกต่อยลูกชายอยู่ ตนและอาจารย์จึงเข้าไปห้าม ก่อนที่จะบอกให้ติดต่อผู้ปกครองของเด็กคู่กรณีมาพูดคุย นายอนุพงศ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่มีการพูดคุยกับผู้ปกครองคู่กรณีเสร็จ แต่ทางฝ่ายเด็กนักเรียนคู่กรณีไม่ยอมและรุมเข้ามาทำร้ายร่างกายลูกชายอีกครั้ง ตนเห็นท่าไม่ดีเพราะว่ากลุ่มที่ทำร้ายลูกชายตนมีทั้งเหล็กและไม้ นอกจากนี้ยังมีเด็กวัยรุ่นจากข้างนอกร่วมอยู่ด้วย จึงเดินเข้าไปหยิบเอาปืนที่รถยนต์เพื่อที่จะขู่ไม่ให้นักเรียนกลุ่มนั้นทำร้ายลูกชายตน แต่นักเรียนกลุ่มดังกล่าวไม่กลัว กลับตรงเข้ามาหาพร้อมทั้งเข้าแย่งปืนจนเกิดปืนลั่น 1 นัด กระสุนปืนจึงถูกนายรักได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา ส่วนนักเรียนกลุ่มดังกล่าวแตกฮือหนีไปคนละทาง หลังเกิดเหตุตนจึงยืนถือปืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหานายอนุพงศ์ 3 ข้อหา คือ 1.พยายามฆ่า 2.พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.ยิงปืนในสถานที่ราชการ หลังสอบสวนแล้วได้ควบคุมตัวนายอนุพงศ์ไปดำเนินคดีต่อไปขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
------------------------------------------------------------------------------------
คือ งง มากครับ เขาพยายามฆ่าตรงไหน ?
เด็กที่มาทำร้ายมันยังไม่กลัววิ่งเข้ามาแย่งปืนด้วย (ถ้าเป็นผม ผมก็ยิง)
ลูกใคร ใครก็รัก ถ้าลูกตำรวจโดนบ้างจะรู้สึกยังไง ?
ส่วนเด็กที่มารุมทำร้ายโดนอะไรบ้าง ไม่เห็นมีบอกไว้ น่าจะโดนไล่ออก(หรือไม่)
------------------------------------------------------------------------------------
คือ งง มากครับ เขาพยายามฆ่าตรงไหน ?
เด็กที่มาทำร้ายมันยังไม่กลัววิ่งเข้ามาแย่งปืนด้วย (ถ้าเป็นผม ผมก็ยิง)
ลูกใคร ใครก็รัก ถ้าลูกตำรวจโดนบ้างจะรู้สึกยังไง ?
ส่วนเด็กที่มารุมทำร้ายโดนอะไรบ้าง ไม่เห็นมีบอกไว้ น่าจะโดนไล่ออก(หรือไม่)
7 วัน จากกัน คิดถึง
วันแรก รู้สึกดี แต่เต็มไปด้วยความทุกข์ของชีวิต เลิศหรู พอเพียงเลือกไม่ได้ นั่งหามุมมืดไปวันๆ ในช่วงที่ร้อน ดับกระหายด้วยฝน จิตตก อดกลั้น ระบายไม่ออก เหมื่อนท่อน้ำตัน คิดถึงแต่ทางข้างหน้า หวนหาภาพวันเก่าๆ เมื่อตนอยู่คนเดียว
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552
เด็กน้อยที่อยู่ในใจของเรา
ไม่รู้ว่านานเท่าไรแล้ว ... ที่ความรู้สึกเดิมๆได้หวนกลับเยียมเยี่ยนเรา ผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่ามันได้จากเราไปนานเท่าไรแล้ว ... รู้สึกเสียใจที่ตัวเองยังไม่รู้จักโต คิดอะไรง่ายๆ แต่การที่มันกลับมาคราวนี้ ผมกลับได้รู้จักสิ่งที่ตัวเองต้องปรับปรุงตัว แต่ไม่รู้ว่าสายเกินไปหรือป่าว ไม่รู้ว่าจะสามารถทำได้ดีแค่ไหน มีแต่ต้องลองดูกับตัวเอง หลายครั้งที่พยายามสร้างกฏกับตัวเอง หลายครั้งที่โทษตัวเองว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้คงมีแค่การเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ... แต่นี่ชีวิตจริง ไม่เหมื่อนเกมส์ที่จะรีเซฟแล้วเล่นใหม่ได้อีก อาจเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ที่ผมจะสื่อความในการดำรงอยู่เพื่อให้ ... ได้เข้าใจว่าทั้งหมดที่ทำก็เพื่อเธอเพียงคนเดียว
............................................................................................
เป็นธรรมดาที่คนเราจะมีนิสัยแตกต่างกัน ต่างที่ ต่างถิ่นมาอยู่ร่วมกัน ต่างคนก็ต้องปรับตัวเข้าหากัน เพื่อที่จะสร้างคำว่า มิตรภาพ ขึ้นในถมความคิดในใจ แต่เมื่อนานไป เราไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเบื่องหลังเค้าเป็นเช่นไร เราไม่มีทางรู้เลย
นอกจากจะมีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น ... มันก็แล้วแต่ดวง ... ใครจะรู้ความเห็นแก่ตัวมีด้วยกันทุกคน ขึ้นอยู่กับว่ามันจะออกมาตอนไหน บางคนขี้อายจนคนรอบข้างหาว่าหยิ่ง มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่จะมีสักกี่คนที่จะทนสิ่งที่เรียกว่าความเห็นแก่ตัวของคนอื่นมา ละลานเราในชีวิตได้ ในเมื่อเราต้องอยู่ร่วมห้องเดียวกับคนเหล่านั้น ... เราจะรู้ไหมว่าเค้าจะรักษาภาพของเค้าตอนนีได้นานแค่ไหน ผมก็ไม่รู้เหมื่อนกัน
........................................................................................
ความรู้สึกอยากอยู่คนเดียว โหยหาความเงียบ ในมุมมืดของตึกเหมื่อนซอมบี้ สร้างสรรค์จิต พบปะเพื่อนที่เราเข้าใจซึ่งกันและกัน .... การทำอะไรตัวคนเดียวแล้ว ท้ายที่สุดมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมาเลย เราอาจจะได้เงิน คะแนน ชื่อเสียง แต่สายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมโลกคงจะไม่ดีขึ้นมา ... แต่ใครจะแคร์ ในเมื่อนั้นคือตัวของเค้าเอง
.........................................................................................
ความรู้สึกเดิมๆ ??? ความเงียบ ความเหงา รู้สึกสนุก ตื้นเต้น ที่ได้ใจความคิด จิตนาการ ท่องไปในโลกแห่งความฝัน
สร้างสถานที่จำลองเล็กๆไว้ในหัวของเรา รอวันที่เรามีความรู้ ที่จะสร้างสิ่งเหล่านั้น ให้เป็นจริง แต่จะมีสักกี่คน ... ที่จะสร้างฝันให้เป็นจริง ใจจริงลึกๆ ผมไม่อยากให้มันจบลง เพียงเพราะเราตื้นจากฝันเลย ผมไม่อยากให้มันจบลงแค่นี้ ... ผมยังอยากที่จะมีฝันต่อไป พื้นที่ในใจของผม ยังคงจะมีฝันต่อไป ... ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ... มันจะคงอยู่กับผมตลอดไป
......................................................................................
การที่ความรู้สึกนี้กลับมา ... คงเป็นเพราะผมได้อยู่ตัวคนเดียว ในสถานที่เงียบๆ เป็นเวลานานกระมั้ง หรือว่าเพื่อนไม่คบด้วย ก็คงไม่ใช่ คงเป็นเพราะสันดานเดิมของผม รักความสันโดดมันยังไม่ได้หายไปไหน เวลาที่ผมอยากจะทำอะไร ผมมักจะลงมือทำคนเดียว เพราะไม่มีใครที่เค้าจะเอาเวลามาเสียให้กับผม ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัย ได้ทำให้ผมเจอกับความฝันที่ผมสร้างมันไว้เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก แต่ผมก็ได้ทรยศต่อมัน ทอดทิ้งไป ... เป็นเวลา 3 ปีของชีวิตมัธยม ที่ผมไม่รู้สึกถึงตัวตนของมัน จนกระทั่งหลายวันก่อนผมเริ่มนึกถึงวันเวลา บรรยากาศเวลาผมต้องอยู่ตัวคนเดียว แล้วรู้สึกสนุก การอยู่ตัวคนเดียวหลายคนอาจจะเหงา โดดเดี่ยว เดียวดาย เหมื่อนหญ้าแห้งๆ แต่ผมไม่ใช่ผมกลับรู้สึกสนุกที่ได้อยู่คนเดียว ได้สร้างความพื้นที่เล็กในหัวใจของเรา ใช่ ... ในตอนนี้มันกลับเป็นเพื่อนแท้ของผม ที่ไม่เคยทิ้งผมไปไหน ไม่เคยปล่อยให้ผมเดียวดาย แม้ว่าผมจะเคยทรยศมัน ... ในตอนนี้ผมจะสานฝันนั้นอีกครั้ง แต่มันจะไม่จบลง แค่จุดเดิม มันยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบ เพราะนี้คือ เด็กน้อยคนนึง ที่เป็นเพื่อนแท้ของผม ... แด่ความฝันที่ยังคงอยู่กับเราตลอดไป
............................................................................................
เป็นธรรมดาที่คนเราจะมีนิสัยแตกต่างกัน ต่างที่ ต่างถิ่นมาอยู่ร่วมกัน ต่างคนก็ต้องปรับตัวเข้าหากัน เพื่อที่จะสร้างคำว่า มิตรภาพ ขึ้นในถมความคิดในใจ แต่เมื่อนานไป เราไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเบื่องหลังเค้าเป็นเช่นไร เราไม่มีทางรู้เลย
นอกจากจะมีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น ... มันก็แล้วแต่ดวง ... ใครจะรู้ความเห็นแก่ตัวมีด้วยกันทุกคน ขึ้นอยู่กับว่ามันจะออกมาตอนไหน บางคนขี้อายจนคนรอบข้างหาว่าหยิ่ง มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่จะมีสักกี่คนที่จะทนสิ่งที่เรียกว่าความเห็นแก่ตัวของคนอื่นมา ละลานเราในชีวิตได้ ในเมื่อเราต้องอยู่ร่วมห้องเดียวกับคนเหล่านั้น ... เราจะรู้ไหมว่าเค้าจะรักษาภาพของเค้าตอนนีได้นานแค่ไหน ผมก็ไม่รู้เหมื่อนกัน
........................................................................................
ความรู้สึกอยากอยู่คนเดียว โหยหาความเงียบ ในมุมมืดของตึกเหมื่อนซอมบี้ สร้างสรรค์จิต พบปะเพื่อนที่เราเข้าใจซึ่งกันและกัน .... การทำอะไรตัวคนเดียวแล้ว ท้ายที่สุดมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมาเลย เราอาจจะได้เงิน คะแนน ชื่อเสียง แต่สายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมโลกคงจะไม่ดีขึ้นมา ... แต่ใครจะแคร์ ในเมื่อนั้นคือตัวของเค้าเอง
.........................................................................................
ความรู้สึกเดิมๆ ??? ความเงียบ ความเหงา รู้สึกสนุก ตื้นเต้น ที่ได้ใจความคิด จิตนาการ ท่องไปในโลกแห่งความฝัน
สร้างสถานที่จำลองเล็กๆไว้ในหัวของเรา รอวันที่เรามีความรู้ ที่จะสร้างสิ่งเหล่านั้น ให้เป็นจริง แต่จะมีสักกี่คน ... ที่จะสร้างฝันให้เป็นจริง ใจจริงลึกๆ ผมไม่อยากให้มันจบลง เพียงเพราะเราตื้นจากฝันเลย ผมไม่อยากให้มันจบลงแค่นี้ ... ผมยังอยากที่จะมีฝันต่อไป พื้นที่ในใจของผม ยังคงจะมีฝันต่อไป ... ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ... มันจะคงอยู่กับผมตลอดไป
......................................................................................
การที่ความรู้สึกนี้กลับมา ... คงเป็นเพราะผมได้อยู่ตัวคนเดียว ในสถานที่เงียบๆ เป็นเวลานานกระมั้ง หรือว่าเพื่อนไม่คบด้วย ก็คงไม่ใช่ คงเป็นเพราะสันดานเดิมของผม รักความสันโดดมันยังไม่ได้หายไปไหน เวลาที่ผมอยากจะทำอะไร ผมมักจะลงมือทำคนเดียว เพราะไม่มีใครที่เค้าจะเอาเวลามาเสียให้กับผม ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัย ได้ทำให้ผมเจอกับความฝันที่ผมสร้างมันไว้เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก แต่ผมก็ได้ทรยศต่อมัน ทอดทิ้งไป ... เป็นเวลา 3 ปีของชีวิตมัธยม ที่ผมไม่รู้สึกถึงตัวตนของมัน จนกระทั่งหลายวันก่อนผมเริ่มนึกถึงวันเวลา บรรยากาศเวลาผมต้องอยู่ตัวคนเดียว แล้วรู้สึกสนุก การอยู่ตัวคนเดียวหลายคนอาจจะเหงา โดดเดี่ยว เดียวดาย เหมื่อนหญ้าแห้งๆ แต่ผมไม่ใช่ผมกลับรู้สึกสนุกที่ได้อยู่คนเดียว ได้สร้างความพื้นที่เล็กในหัวใจของเรา ใช่ ... ในตอนนี้มันกลับเป็นเพื่อนแท้ของผม ที่ไม่เคยทิ้งผมไปไหน ไม่เคยปล่อยให้ผมเดียวดาย แม้ว่าผมจะเคยทรยศมัน ... ในตอนนี้ผมจะสานฝันนั้นอีกครั้ง แต่มันจะไม่จบลง แค่จุดเดิม มันยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบ เพราะนี้คือ เด็กน้อยคนนึง ที่เป็นเพื่อนแท้ของผม ... แด่ความฝันที่ยังคงอยู่กับเราตลอดไป
คุณค่า
วันนี้ผมมีเรียน 8 โมงครึ่ง แต่ช่วงนี้ผมค่อนข้างนอนดึกเพราะมีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลาเลย ผมเลยตื้นค่อยข้างสายแต่ไม่มาก เมื่อไปถึงห้องเรียน อ่อ ลืมบอกไปว่าวันนี้ผมเรียนคอมพิวเตอร์ "เทคโนโลยีในสำนักงาน" ก็จะเป็นการเรียนพวก MS Office ทั้งหมด ซึ่งสำหรับผมก็ไม่ง่ายและก็ไม่ยากมา พออาจารย์มาถึงห้องก็มีข้าวดีมาบอกพวกผมเลยนั้นก็คือ คะแนนสอบกลางภาคนั่นเอง เหอ ๆ ผมก็กะว่าน่าจะได้เต็ม 20 เลยแหละ ไป ๆ มา ๆ กลับได้ 18 และก็แนะนำเพื่อนในชั้นเรียนที่ได้ 30 คะแนน แล้วถามพวกผมว่ารู้ไหมทำไมเขาถึงได้ 30 คะแนนเต็ม ผมก็รู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรตามไปมาก มารู้ตอนหลังว่าอาจารย์กรอบคะแนนผิดช่องไปและเรียกให้นักศึกษาที่สอบความรู้ IT ครบทั้ง 3 ระดับลุกขึ้นโชว์ตัวให้เพื่อน ๆ ได้เห็น แน่นอนไม่ใช่ใครนั้นก็คือผมนั้นเอง แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น เพราะวันนี้เรื่องที่จะเรียนก็คือ Excel นั้นเองเพื่อน ๆ ของผมใหญ่ทำไม่ได้ ผมเลยลงมือสอนแบบพยายามพูดให้พวกเขาเข้าใจ และพวกเขาก็ทำได้ด้วยความรู้จากที่อาจารย์สอนในห้องบวกกับคำแนะนำของผมเล็กน้อย หลังจากนั้นพวกเขาบอกว่าตอนเรียนก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนะ แต่เรามรึงพูดนี่เห็นภาพเลย ขอบใจนะ คำนี้แหละคือแบบว่า มันประทับใจ ไม่ค่อยมีคนเอ่ยคำนั้นได้แบบเต็ม ๆ ปากเลยมึคราวนี้แหละที่มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าขึ้นมา
วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552
เครป & วอฟเฟิล
พูดถึงศูนย์อาหารในมหาวิทยาลัยแล้ว ก็คงจะไม่มีใครที่ไม่เคยไปใช้บริการแน่นอน รวมถึงตัวผมด้วย และแล้ววันนี้ผมก็รู้สึกเตะตากับร้านค้าร้านหนึ่งที่มีชื่อว่า เครป & วาฟเฟิล ได้ยินชื่อแล้วก็รู้สึกอยากกินขึ้นมาทันทีเลย ผมก็ตรงดิ่งไปที่ร้านนั้นทันที ซึ่งก็ไปดูรายการเมนูแล้ว ก็มีแต่ของชอบของผมทั้งนั้นเลย แน่นอนผมไม่รอช้าที่จะถามว่าไอศครีมมีกี่รสหรือครับ ในร้านนี้มีทั้งหมด 3 รสด้วยกันก็คือ สตอเบอร์รี่ ช๊อกโกแลต และมะนาว จากนั้นผมก็สั่งเครปไอศครีมสตอเบอร์รี่มา 1 ที่ รูปลักษณ์ของมันน่ากินมากคุ้มค่า 25 บาทจริง ๆ เครปไส้กล้วยหอม(ลูกใหญ่มาก)ผสมซอสช็อกโกแลต พร้อมไอศครีมแต่งหน้าแน่นอนคนขายแถมวิปครีมให้ด้วยใจดีจริง ๆ ซึ่งเมื่อได้กินแล้วก็รู้สึกถึงความแปลกใหม่ระหว่างร้อนกับเย็นที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วแต่กลับกลมกลืมกันภายในจานที่อยู่ต้องหน้าของผม ทำให้ผมรู้สึกประทับใจมากกับรายการของหวานนี้ สุดท้ายแล้วอยากบอกว่าคนขายน่ารักมาก(สำหรับผมนะ)
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552
คนที่อยู่ข้างหลัง
วันนี้แม่ผมก็พยายามติดต่อหาผมตลอดทั้งวัน และคิดว่าผมน้อยใจที่โอนเงินไปให้ช้าแค่ 3 วัน แต่ไม่เลยผมแค่ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของผม เพราะช่วงนี้มีอะไรผิดปกติกับตัวผมหลายอย่างที่เดียว จนมาถึงช่วงหลัง 6 โมงเย็นผมก็ได้รับสายของแม่ เมื่อผมได้คุยกับแม่และอาม้าความรู้สึกกังวลในหลาย ๆ เรื่องก็หายไป รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก มันอาจเป็นความรู้สึกของคนที่อยู่ใกล้บ้านอย่างผมก็ได้
วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552
Cyber society
ผมเป็นคนนึงที่ชอบอาศัยอยู่ใน cyber society ผมได้รู้จักคนมากมายในสังคมนั้น ทุกคนเข้ามาเพื่อต้องการอะไรสักอย่าง เพื่อน เงิน หรือ sex เมื่อคุยกันได้สักระยะนึงพวกเค้าเหล่านั้นก็หายไป เพราะไม่ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ
ตัวอย่าง ผมรู้จักเพื่อนคนนี่จาก Hi5 เราคุยกัน 2 ครั้งจาก comment จากนั้นเค้าก็ขอเบอร์โทรผมไป วันต่อมาเค้าโทรมาหาผม เราคุยกันทุกอย่างเหมือนจะดีไปหมด แต่เมื่อผมถามว่าทำไมดูเกร็ง ๆ จังเลย เค้าก็บอกว่านี่แหละตัวเค้า เค้าก็ขอวางสายผมเพื่อว่าจะให้ผมและตัวเค้าทำความเข้าใจใหม่ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำความเข้าใจอะไร หลังจากนั้นผมโทรกลับไปเค้าก็ไม่รับสาย และก็ไม่เคยโทรกลับมา
คนต่อไป คน ๆ นี้เรารู้จักทาง camforg เราคุยกับเหมือนพี่น้อง คุยในทุก ๆ เรื่อง แล้วหลังจากนั้น 2 วัน เค้าก็ส่ง sms มาขอโทษ ผมงงขอโทษอะไร เมื่อผมโทรกลับไปเค้าก็ไม่รับและไม่โทรกลับมาอีกเลย
คนสุดท้ายที่จะยกตัวอย่าง คนนี้ผมรู้จักมาได้ 3-4 ปีแล้ว แต่เราก็ไม่ได้คุยกันนานมากเลย เพิ่งจะมาคุยตอนผมย้ายมาอยู่ใน กทม. เค้ากับผมก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นได้เพื่อน หรือ พี่ เท่านั้น เมื่อคื่นเค้าโทรมาหาผมตั้งแต่เที่ยง จนถึงเที่ยงคืนโดยที่ผมไม่ได้รับสายเค้าเลย รวม ๆ แล้ว เกิน 50 สาย และในตอนเช้าอีกกว่า 10 สาย ผมรู้ว่าเค้าต้องการอะไร แต่การที่ทำแบบนี้มันเหมือนคนเป็นแฟนทำกันมากกว่าเป็นเพื่อนกัน นี่เป็น 3 ตัวอย่างที่ผมเจอและรู้สึกไม่ชอบใจนัก แต่ถ้าจะอยู่ในสังคมนี่ให้ได้เราก็ต้องทนต่อไป
ตัวอย่าง ผมรู้จักเพื่อนคนนี่จาก Hi5 เราคุยกัน 2 ครั้งจาก comment จากนั้นเค้าก็ขอเบอร์โทรผมไป วันต่อมาเค้าโทรมาหาผม เราคุยกันทุกอย่างเหมือนจะดีไปหมด แต่เมื่อผมถามว่าทำไมดูเกร็ง ๆ จังเลย เค้าก็บอกว่านี่แหละตัวเค้า เค้าก็ขอวางสายผมเพื่อว่าจะให้ผมและตัวเค้าทำความเข้าใจใหม่ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำความเข้าใจอะไร หลังจากนั้นผมโทรกลับไปเค้าก็ไม่รับสาย และก็ไม่เคยโทรกลับมา
คนต่อไป คน ๆ นี้เรารู้จักทาง camforg เราคุยกับเหมือนพี่น้อง คุยในทุก ๆ เรื่อง แล้วหลังจากนั้น 2 วัน เค้าก็ส่ง sms มาขอโทษ ผมงงขอโทษอะไร เมื่อผมโทรกลับไปเค้าก็ไม่รับและไม่โทรกลับมาอีกเลย
คนสุดท้ายที่จะยกตัวอย่าง คนนี้ผมรู้จักมาได้ 3-4 ปีแล้ว แต่เราก็ไม่ได้คุยกันนานมากเลย เพิ่งจะมาคุยตอนผมย้ายมาอยู่ใน กทม. เค้ากับผมก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นได้เพื่อน หรือ พี่ เท่านั้น เมื่อคื่นเค้าโทรมาหาผมตั้งแต่เที่ยง จนถึงเที่ยงคืนโดยที่ผมไม่ได้รับสายเค้าเลย รวม ๆ แล้ว เกิน 50 สาย และในตอนเช้าอีกกว่า 10 สาย ผมรู้ว่าเค้าต้องการอะไร แต่การที่ทำแบบนี้มันเหมือนคนเป็นแฟนทำกันมากกว่าเป็นเพื่อนกัน นี่เป็น 3 ตัวอย่างที่ผมเจอและรู้สึกไม่ชอบใจนัก แต่ถ้าจะอยู่ในสังคมนี่ให้ได้เราก็ต้องทนต่อไป
วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552
จำตารางสอบผิด
วันนี้เป็นวันสอบกลางภาควิชาสุดท้ายของผม ซึ่งผมจำได้ว่าจะต้องไปสอบตอน 15.00 น. เมื่อคืนผมเลยนอนดึกมาก ๆ และในตอนเช้าผมก็ตื้นมาเข้าห้องน้ำและคิดว่าจะนอนต่อ ทันใดนั้นเองผมก็คิดว่าไปดูตารางสอบดีกว่าว่าวันนี้สอบห้องไหน พอไปดูผมก็เกิดอาการตกใจแบบขนลุกเลย เพราะในตารางสอบบอกไว้ว่าวิชา BA201 สอบตอน 9.00 น. ผมรีบไปดูนาฟึกาตอนนี้ 8.30 น. อีกครึ่งชั่วโมงพระเจ้า ผมรีบวิ่งผ่านน้ำและใส่ AGI วิ่งไปที่มหาวิทยาลัยทันที่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะต่อไปจะได้ระวังมากขึ้น ขอบคุณสำหรับการลืมครั้งนี้ ครั้งหน้าผมจะดูตารางสอบให้ดีกว่านี้
วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
Last night in WU.
การลาจาก เป็นสิ่งที่ทุก ๆ คนจะต้องเจอ มีทั้งความสุขและความทุกข์ ผมเองก็เช่นกัน มันเกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจเพียงแค่ 5 นาที ครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตของผมและคนรอบข้างผมไป ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน อาจารย์ และพ่อแม่ ตอนช่วงเวลานั้นรายการสิ่งที่อยากจะทำ อยากจะระบายและอยากทำความเข้าใจก็ผุดเข้ามาในหัวของผมเต็มไปหมด ผมใช้เวลากว่า 1 เดือนก่อนที่จะบอกความจริงที่น่าเศร้ากับแม่ของผม และอีก 1 เดือนกับเพื่อน ๆ ของผม ผมพยายามทำสิ่งที่ผมอยากจะทำไปเรื่อย ๆ และก็มาถึงคืนสุดท้าย คืนนั้นผมมีงานที่จะต้องให้เพี่อนของผม เพื่อนคนนั้นเรียนอยู่ต่างคณะกัน เขาไม่มีเวลาที่จะทำงานชิ้นนี้ เพราะคณะที่เรียนนั้นงานเยอะมาก ผมจึงอาสาทำให้ ซึ่งมันก็มาเสร็จเอาคืนนี้พอดี ผมนัดเขามาเอางานที่ห้อง 217 ห้องพักแห่งแรกของผม เขามาด้วยสภาพที่เหนือยเพราะเพิ่งทำกิจกรรมของคณะเสร็จ เรานั่งคุยกันเรื่องงาน และเรื่องที่ผมจะจากไป เขาถามผมว่าแล้วจะกลับมาอีกไหม ? มันเป็นคำถามที่แทงใจผมจริง ๆ และต่อด้วยกลับมาคราวหน้าจะพาไปเลี้ยงนะ คือตอนแรกผมกับเขาก็เป็นเพื่อนกันจากการเล่นบาส เรามีปัญหากันในการแข่งบาสเฟรสชี่ จนไม่คุยกันจนถึงเทอมที่ 3 และเราก็กลับมาคุยกันด้วยการเล่นบาส และคราวนี้เราสนิดกันมากขึ้น จากเพื่อนกลายเป็นเพื่อนรักเลยทีเดียว ผมมีความสุขมากที่ก่อนจากไปมีเรื่องดี ๆ แบบนี้ สิ่งเดียวที่ผมอยากจะทำความเข้าใจกับเพื่อนคนนี้ก็กลายเป็นจริง จนถึงวันนี้เราก็ยังติดต่อกันบ้างแต่ไม่บ่อยนัก เพราะภาระหน้าที่ ๆ ต้องรับผิดชอบของแต่ละคน
วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
"Angels & Demons" & "The Da Vinci Code"
ผมไม่รู้ว่าตัวผมเองชอบดูภาพยนตร์เรื่องราวความลึกลับของศาสนาตั้งแต่เมื่อไร จนผมได้ดูภาพยนตร์เรื่องเทวากับซาตานสาเหตุที่ผมดูคงเป็นเพราะชื่อเรื่องไปตรงกับละครภาษาอังกฤษในช่วง ม.6 เข้า เมื่อผมได้ดูแล้วมันทำให้ผมมีมุมมองที่กว้างมากขึ้น และกลายเป็นความชอบส่วนตัวไปโดยปริยาย หลังจากนั้นผมได้ไปหาภาพยนตร์ในปี 2006 ดาวินชี โค้ด มาดูและผมก็ตกใจเมื่อได้รู้ว่า เทวากับซาตานเป็นภาคต่อของดาวินชี โค้ด อีกตำนานหนึ่งของศาสนา และผมหวังว่าในอนาคตจะมีภาพยนตร์แนวนี้กำเนิดขึ้นมาอีก
วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ไข้หวัด 2009 กับความจริงที่ผมเป็น
หากพูดถึงไข้หวัด 2009 แล้ว ผมเป็นคนนึงที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรมากนัก ไม่ป้องกันเลย จริง ๆ นะครับ ไม่รู้สึกเมื่อเห็นข่าวคนตายเพราะไข้หวัด 2009 จนมาถึงวันหนึ่ง ราวกลางเดือนมิถุนายน ผมมีอาการไข้ขึ้นตัวร้อนและรู้สึกไม่มีแรงจึงได้ไปหาหมอที่คลินิคแต่นื่งจากเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานจึงทำให้ไม่รู้ว่าคลินิคอยู่ที่ไหน จนทำให้ผมต้องพาตัวเองเข้าโรงพยาบาลนนทเวช ต่อคิวนานมาก ๆ กว่าจะถึงตัวหมอได้ หมอได้ตรวจความดัน เจาะเลือด เบาหวาน กลีเซอรอย คลอเลสเทอรอล ตรวจหมดทุกอย่าง และมาบอกว่า "คุณเป็นไข้หวัด 2009 แบบกลายพันธ์" ตอนนั้นเลยผมคิดว่างานเข้าแล้วสิ จะบอกแม่อย่างไรดี จะทำอย่างไรเรื่องเรียนหนังสือ ผมตัดสินใจเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว เพราะถ้าบอกแม่ไป เรื่องก็คงไม่ดีแม่เองก็ไม่สบายอยู่ด้วย จะให้ขาดเรียนก็คงไม่ได้ทุกอย่างมีคะแนน เพื่อน ๆ ในกทม.ผมก็ไม่ไปเจอ โทรมาบอกจะมาหาผมก็ปัดไม่ว่างไปซะทุกครั้ง ตั้งแต่วันนั้นผมยังคงไปเรียนปกติเพียงแต่ว่านั่งเรียนห่าง ๆ เพื่อน กลับมาถึงหอพักก็นอนลูกเดียว ทุก ๆ 3 วันผมจะไปหาหมอเพื่อตรวจอาการในช่วงอาทิตย์แรกนั้นไข้ค่อนข้างทรงตัวแต่ไม่มีแรงเลยจริง ๆ แม้แต่จะอาบน้ำแต่ก็ทน ๆ มันไปจนเข้าอาทิตย์ที่ 2 ผมฉีดยาลดไข้ไป 1 เข็ม อาการทรงตัวไม่ดีขึ้นไม่ทรุดลง จนเข้าอาทิตย์ที่ 3 ผมมีอาการดีขึ้นมีแรงมากขึ้น ไข้ลดลงจนเป็นปกติ ซึ่งตัวผมเองรู้สึกโล่งอกที่ตัวเองหายเป็นปกติแล้ว และในทุก ๆ ครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับไข้หวัด 2009 ใน website ต่าง ๆ ผมได้เข้าไปอ่าน comment ในข่าวนั้น ๆ
ผมรู้สึกว่าทำไมทุกคนต้องโทษแต่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช้รอรัฐบาลแต่มันเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศถ้าคนไทยร่วมใจกันป้องกันการแพร่เชื้อจะลดลงหรือหายไปจนประเทศไทยเลยก็ได้ เพราะนี้คือโรค โรคมันไม่ทำให้แผ่นดินไทยติดไข้หวัดได้ แต่มันทำให้ประชาชนติดได้ เพราะงั้นประชาชนต้องรักตัวเองรู้จักการป้องกัน โรคนี้ไม่ได้ร้ายแรงนักถ้าคุณรู้ตัวและป้องกันอย่างทันท่วงที
ผมรู้สึกว่าทำไมทุกคนต้องโทษแต่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช้รอรัฐบาลแต่มันเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศถ้าคนไทยร่วมใจกันป้องกันการแพร่เชื้อจะลดลงหรือหายไปจนประเทศไทยเลยก็ได้ เพราะนี้คือโรค โรคมันไม่ทำให้แผ่นดินไทยติดไข้หวัดได้ แต่มันทำให้ประชาชนติดได้ เพราะงั้นประชาชนต้องรักตัวเองรู้จักการป้องกัน โรคนี้ไม่ได้ร้ายแรงนักถ้าคุณรู้ตัวและป้องกันอย่างทันท่วงที
กล้องหลาย .. ล้านพิคเซล
กล้องหลาย .. ล้านพิคเซลถ้าผู้อ่านได้ติดตามข่าวสารมือถือบ่อยๆ จะเห็นว่า เหล่าค่ายมือถือได้พัฒนากล้องติดมือถือลํ้าสมัยขึ้นเรื่อยๆ จาก 3.2MP ขึ้นมา 5MP ... เเละล่าสุดคือ 12 ล้านพิคเซล !! จะว่าไปก็จะเท่ากับกล้องคอมเเพคราคาราวๆ 7-8 พันบาทเข้าไปทุกทีเเล้วล่ะ เเถมลูกเล่นกล้อง เเทบไม่ต่างจากกล้องจริงเช่นเดียวกัน อย่าง Image Stabilizer, Face Detection, Smile Shot. ฯลฯ ซึ่งหลายๆ อย่าง ก็อํานวยความสะดวกให้กับผู้ใช้เป็นอย่างดีอย่างไรก็ตาม กล้องติดมือถือ ฤาจะสู้กล้องของจริงขนานเเท้ได้ (ชนะเเค่เพียงความสะดวกสบาย) เเม้ว่าจํานวนพิคเซลจะเท่ากัน เเต่ด้วยข้อจํากัดในด้านฮาร์ดเเวร์ ทําให้กล้องในมือถือ ต้องตัดโน่นตัดนี่ออกไปพอสมควร ทําให้คุณภาพรูป หรือการใช้งานยังไม่ดีเท่าควร ยอมรับว่าตอนนี้กล้องติดมือถือ (โดยเฉพาะเจ้า Pixon12 ข้องซัมซุง) ใกล้เคียงกับกล้องจริงๆ มาก เเต่ก็ต้องดูกันต่อละครับ ว่าคุณภาพจะดีหรือไม่ อย่างไรส่วนความจําเป็นในการใช้งาน ถ้า User ใช้งานเเค่ถ่ายรูปกลางเเจ้ง ถ่ายรูปทํางาน จิปาถะทั่วไป ใช้เเค่ 5 ล้านพิคเซลก็เพียงพอละครับ เพราะการอัดรูปขนาด 4x6 จะเเสดงผลสูงสุดเเค่ 5MP เท่านั้น เเต่ถ้าต้องการอัดรูปขนาดใหญ่กว่านั้น ก็อาจจะใช้เพียง 8MP ก็เพียงพอ เเละคําถามที่ถามว่า ยิ่งจํานวนพิคเซลเยอะๆ จะช่วยให้ภาพชัดขึ้นหรือไม่ ? คําตอบก็คือ ช่วยได้ส่วนนึงครับ เเต่ยังมีองค์ประกอบหลายๆ ด้านที่จะทําให้รูปออกมาดี อย่าง ฮาร์ดเเวร์, ซอฟเเวร์กล้อง, สภาวะที่เราถ่ายภาพตอนนั้น รวมถึงผู้ใช้งานเองด้วย เท่านี้ก็น่าจะหายสงสัยไปได้บ้างเเล้วล่ะ
Thx by papayatop
Thx by papayatop
วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
เข้าห้องน้ำผิด
วันนี้เป็นวันที่ไม่ดีเลยสำหรับผม ระหว่างที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ศูนย์สนเทศนั้น เจ้ากรรมนายเวรจากร้านหมูกระทะเมื่อคืนก็ตามมาทำพิษจนได้ จนผมต้องรีบเดิน+วิ่งไปห้องน้ำ เพื่อที่จะทำการคลอดลูก แต่ระหว่างการทำคลอดนั้น ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคุยในห้องน้ำ คิดในใจว่าผีหลอกหรือป่าว และก็มีคนเข้าห้องน้ำที่อยู่ติดกับผม ผมจึงค่อย ๆ ก้มหน้าลงไปดูก็พบ !! รองเท้าของผู้หญิง -*-+ อ้าวเข้าห้องน้ำผิดนี่หว่า จะทำไงดี และมีคนมายืนรอเค้าเต็มไปหมดเลย ผมจึงเข้า ๆ ก้มลงไปมองที่พื้นเป็นระยะ ๆ ว่าเมื่อไรคนจะออกไปหมดสักที ผ่านไปครึ่งชั่วโมงคนก็ยังเข้าห้องน้ำกันไม่หยุด เอ้ย จะเข้าอะไรกันหนาว่ะเนี้ย (คิดในใจ) จนผมทนไม่ไหวจนเปิดประตูออกไปแล้วก็พบกับผู้หญิงวัยทอง 2-3 คนยืนคุยกันอยู่ เมื่อเห็นผมออกมาจากห้องน้ำทั้ง 3 คนร้องกรี้ดดังมาก ๆ ขอบอก ผมเลยรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ แล้วไปยืนหลบในชั้นหนังสือ แล้วจึงแอบขึ้นลิฟป์หนีไป
วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ความฝันกำลังจะพังทลาย
คอนเสริต์ Chill out friday & Calories Blah Blah ที่ผมได้บัตรชมมาฟรีจากการเล่นกิจกรรมนั้น เริ่มจะส่อแววไม่ได้ไปแล้ว เนื่องจากไม่มีคนไปเป็นเพื่อน คนที่ผมอยากให้ไปก็ติดธุระไปไม่ได้ เลยทำให้ผมคิดในใจว่าถ้าไปคนเดียวคงไม่ไปแน่นอน ผมอยากไปดูพี่บอยร้องเพลง ถ้ามีโอกาสก็อยากจะขอถ่ายรูปด้วยซึ่งนาน ๆ จะได้มีโอกาสแบบนี้แต่ถ้าเรื่องมันต้องมาลงเอยที่ว่าสละสิทธิ์บัตรเข้าชมผมคงจะเศร้าน่าดูเลย แต่ผมจะลองดูจนถึงวันพรุ่งนี้ถ้าหาใครไม่ได้จริง ๆ ผมจะสละสิทธิ์ให้คนอื่นไปแทน
บายสีสู่ขวัญคณะศิลปกรรมศาสตร์
วันนี้ 5 โมงครึ่งรุ่นพี่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้จัดกิจกรรมบายสีสู่ขวัญจากพี่สู่น้อง บรรยายกาศภายในงานก็เรียบง่ายกว่าที่คิดไว้ เดินให้รุ่นน้องเดินเข้าพิธีในสภาพปิดตาด้วยผ้าดำ และจับมานั่งล้อมวงบายสีเป็นวงกลม และก็มีอาจารย์ฝ่ายวินัยมาพูดเรื่องการแต่งกาย ประธานกล่าวเปิด แจกเทียนให้รุ่นน้อง เพลงประสานเสียงดังขึ้น รุ่นพี่ค่อย ๆ จุดเทียนส่งต่อกันไปให้รุ่นน้อง และให้รุ่นน้องลุกขึ้นไปให้อาจารย์ประจำคณะผูกสายศิลให้หลังจากนั้นรุ่นน้องจะกลับบ้านเลยก็ได้หรือจะให้รุ่นพี่ผูกสายศิลให้ก็ตามสบาย อย่างที่ผมบอกกิจกรรมจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ในใจลึก ๆ แล้ว ผมว่ามันมีความหมาย ความหมายอะไร ? ผมดูจากรุ่นพี่แต่ละคนในวันนี้ผมก็พอจะเข้าใจอะไรได้ เข้าใจอะไร ? ตรงนี้ผมไม่สามารถบรรยายได้เพราะถ้าคุณไม่ได้อยู่ในกิจกรรมชาตินี้ทั้งชาติคุณก็จะไม่มีทางรู้ได้เลย
วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
Exam Mid-Term IT206
วันนี้เป็นการสอบนอกตารางวิชาแรก IT206 เป็นวิชาง่าย ๆ เกี่ยวกับการใช้โปรแกรม MS Office ซึ่งถ้าตั้งใจฟังดี ๆ แล้วละก็สอบข้อสอบได้แน่นอน ซึ่งข้อสอบวันนี้มี 20 คะแนน ด้วยกัน 3 ตอน ตอนแรก Word ต่อที่ 2 Pubisher ตอนที่ 3 PowerPoint ซึ่งผมก็พอทำได้และเชื่อว่า 20 คะแนนได้ 19 คะแนนแล้ว ถ้าไม่มีอะไรรอดหูรอดตาไป และวันนี้ตอนเย็นจะมีการ บายสีสู่ขวัญของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งส่วนตัวแล้วไม่ค่อยอยากเข้าเท่าไรนัก แต่ก็เข้าดีกว่าเพราะโดนรุ่นพี่ยึดบัตรนักศึกษาไปแล้ว
สอบทดสอบความรู้ IT 3 ระดับ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จะมีการให้ทดสอบความรู้ทางด้าน IT ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ระดับ Basic , Intermedia และ Advance ซึ่งจะมีความยากและจำนวนข้อที่แตกต่างกันไป ตอนแรกผมไม่เห็นความสำคัญของการสอบเท่าไร เพราะว่าสามารถสอบได้เรื่อย ๆ ไม่จำกัดเวลา แต่พอผมได้ไปลองทำข้อสอบดู มันทำให้ผมรู้ว่าถ้าเราจะสอบให้ผ่าน เราจำเป็นต้องมีความรู้จริง ๆ ถ้ามีความรู้ครึ่งกลาง ๆ ไป ก็คงไม่สามารถสอบผ่านได้แน่นอน จากการสอบผมได้รู้ว่าตัวผมไม่รู้เรื่องอะไร และสามารถนำกลับมาฝึกเพิ่มเติมเพื่อที่จะเสริมความรู้ไปสอบให้ผ่านได้ แต่ก่อนผมไม่ชอบ Excel เลยรู้สึกว่ามันยากและซับซ้อน แต่ตอนนี้ผมรู้ชอบและรู้สึกว่ามันง่ายใช้งานได้หลายหลาก นี่แหละเป็นข้อดีของการสอบ IT ที่ผมได้รับ
วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
Music Chill Out Friday & Calorise Blah Blah
วันนี้ทางสนามเด็กเล่นแห่งมั่วซุ่มในอินเทอร์เน็ตของผมมีกิจกรรมแจกบัตรเข้าชมการแสดงสดของ Friday และ Calorise Blah Blah สองวงดนตรีโปรดของผม ใน Event Music Chill Out By Chill98FM ครับ
ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผมแทบหายไปจากโลกนี้เลยทีเดียวเพราะมีการกำหนดเวลาด้วย เลยทำให้กิจกรรมดูน่าตื้นเต้นมากบวกกับคนที่มารอเล่นกิจกรรม ซึ่งมันเป็นแรงกดดันบทท่อนกำลังใจผมมาก ๆ เลย แต่ผมก็สามารถผ่านมันมาได้ด้วยดีด้วยเทคนิคนิดหน่อย อิอิ การแสดงจะมีขึ้นในวันที่ 25 เดือนนี้ ที่ Central World ซึ่งเป็นวันเสาร์ก่อนสอบ Mid-Term ถือว่าไปคลายเครียดก่อนสอบละกัน....อ้า ท้ายสุดแล้วขอบคุณสนามเด็กเล่นและพี่แม่ไก่มาก ๆ นะครับสำหรับโอกาสในครั้งนี้
ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผมแทบหายไปจากโลกนี้เลยทีเดียวเพราะมีการกำหนดเวลาด้วย เลยทำให้กิจกรรมดูน่าตื้นเต้นมากบวกกับคนที่มารอเล่นกิจกรรม ซึ่งมันเป็นแรงกดดันบทท่อนกำลังใจผมมาก ๆ เลย แต่ผมก็สามารถผ่านมันมาได้ด้วยดีด้วยเทคนิคนิดหน่อย อิอิ การแสดงจะมีขึ้นในวันที่ 25 เดือนนี้ ที่ Central World ซึ่งเป็นวันเสาร์ก่อนสอบ Mid-Term ถือว่าไปคลายเครียดก่อนสอบละกัน....อ้า ท้ายสุดแล้วขอบคุณสนามเด็กเล่นและพี่แม่ไก่มาก ๆ นะครับสำหรับโอกาสในครั้งนี้
ป้ายกำกับ:
calories blah blah,
chill98fm,
friday,
music chill out,
playground society
วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
อย.น้อย
สมัยที่ผมเรียนมัธยมอยู่นั้น เพื่อน ๆ ในห้องของผมได้เข้าชมรม อย.น้อย ซึ่งหากพูดอย.น้อยนั้น มันก็ต้องมีการทดสอบอาหารเพื่อที่จะพัฒนาระดับความปลอดภัยจากอาหาร แน่นอน อย.น้อยไม่ได้มีแค่ในโรงเรียนนี้ โรงเรียนเดียว มันก็ต้องมีการจัดอันดับ แข่งขัน อย.น้อย เป็นระดับ ๆ ไป และอาจารย์ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่นั้น ก็ได้ขอให้ผมไปช่วยทำ สไลด์นำเสนอ อย.น้อยของโรงเรียน ซึ่งผมก็เต็มใจทำทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะในช่วงนั้นผมได้เตรียมตัวซ้อมประกวดละครภาษาอังกฤษระดับจังหวัดอยู่ด้วย และวันที่อาจารย์จะใช้สไลด์นั้นก็ตรงกับวันที่ผมไปประกวดพอดี ทำให้คืนนั้นผมต้องมานอนค้างโรงเรียนคนเดียว เพื่อที่จะนั่งทำสไลด์ให้เสร็จ แน่นอนผมทำตั้งแต่ 6โมงเย็น กว่าจะเสร็จก็ราว ๆ ตี 3 ครึ่งแล้ว เหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมงครึ่งที่ผมจะต้องไปเตรียมตัวไปแสดงละครแล้ว วันนั้นการแสดงเป็นไปด้วยดีถึงแม้จะได้ที่ 2 เพราะว่าผมพูดภาษาอังกฤษแบบที่คนไทยไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไร หรือจะให้พูดว่าออกเสียงแบบฝรั่งแท้ ๆ ก็ได้มั้ง ถึงผมก็ไม่ได้ไปโทษว่าใคร หรือ เหตุที่แพ้เพราะอดหลับอดนอน หลังจากนั้น 1 อาทิตย์อาจารย์ที่ขอให้ผมช่วยทำสไลด์ ก็บอกว่าเสร็จงานนี้เดียวไปกินหมูกระทะกัน บอกตรง ๆ ผมดีใจมากที่ได้ยินคำนั้น ไม่ใช่ว่าอยากกินหมูกระทะหรอกครับ แต่เป็นเพราะว่าผมได้ทำประโยชน์ให้กับอาจารย์ แต่มันก็เป็นแค่ช่วงเวลานึง หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้กลับมาจากการพรีเซ้น อย.น้อย อาจารย์บอกว่า สไลด์ที่ผมทำนั้น ไม่ได้เอาไปใช้ แต่เอาสไลด์อันใหม่ที่อาจารย์ทำเองไปใช้แทน ตอนนั้นผมบอกตามตรงว่ามันเจ็บครับ ถ้าไม่ใช้แล้วจะให้ผมทำมันขึ้นมาทำไม ผมยอมอดหลับอดนอนทำให้มันเสร็จแก้ไขแล้วแก้ไขอีกให้ออกมาดูดีที่สุด แต่สุดท้ายก็เหมือนกับเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เรื่องไปกินหมูกระทะกันก็เงียบหายไป เพื่อน ๆ ไปพรีเซ้นมาบอกว่า อาจารย์เค้าพาไปเลี้ยงแล้ว ผมก็เข้าใจว่าตัวผมไม่ได้มีค่าอะไรมากพอ และงานที่ผมทำก็เช่นกัน จนถึงวันที่ผมพิมพ์อยู่ผมก็ยังรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเอกชน กับ รัฐบาล ตอนแรกผมคิดว่ามันไม่แตกต่างกันมากนักแต่พอได้เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยเอกชนแล้ว บอกได้เลยว่า "แตกต่าง"ปี 51 ผม add ไปที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เหมื่อนชีวิตได้เกิดใหม่เลย อาจารย์ที่ดูแลเอาใจใส่ สถานที่สวนงาม ธรรมชาติที่เราไม่เคยพบเห็น เพื่อนที่ดีดูแลเอาใจใส่เราไม่เคยหักหลัง เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมโหยหาในช่วงมัธยม 1ปีที่ผมเรียนอยู่ที่นั้น ผมมีความสุขมากและเวลาแห่งการตัดสินใจก็มาถึง เมื่อสิ่งที่เรียนมันไม่ใช่ตัวเรา ผมจึงจำเป็นต้องออกจากที่นั้นและหาสิ่งที่ใช้สำหรับตัวเองจึงตัดสินใจเข้า Dpu Dpu เป็นมหาวิทยาลัยที่ดี แต่มันก็แสดงถึงความแตกต่างในเรื่องของสังคม สัมพันธมิตร ยิ่งเรียนที่นี้มากเท่าไร ผมยิ่งคิดถึงที่เก่ามากเท่านั้น จวบจนวันนี้เพื่อนในเมเจอร์ , คณะ และต่างคณะที่ผมได้รู้จักก็ยังติดต่อหาผมเป็นประจำ ผมไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะยังคงอยู่ไปได้อีกนานไหม แต่ที่แน่ ๆ ผมจะไม่มีวันลืมเลย G3 , Anima(l) Ranger , Bear roar และอื่น ๆ
การเริ่มต้น
หลาย ๆ ครั้งในชีวิตของคนเรา มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นมา ทั้งดี และไม่ดี ผมเองก็เช่นกันที่ตั้งแต่เกิดมา ก็มีเรื่องดีและไม่ดี เมื่อเวลาผ่านไป จนผมลืมเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มันกลับทำให้ผมรู้สึกเศร้ากับอดีตของผมและตอนนี้ ตัวผมเองก็อยากได้อดีตของผมกลับคืนมาจากความทรงจำกลายเป็นตัวอักษร เพื่อที่ตัวผมเองจะจดจำความทรงจำอันมีค่าไว้ตลอดไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

