วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เด็กน้อยที่อยู่ในใจของเรา

ไม่รู้ว่านานเท่าไรแล้ว ... ที่ความรู้สึกเดิมๆได้หวนกลับเยียมเยี่ยนเรา ผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่ามันได้จากเราไปนานเท่าไรแล้ว ... รู้สึกเสียใจที่ตัวเองยังไม่รู้จักโต คิดอะไรง่ายๆ แต่การที่มันกลับมาคราวนี้ ผมกลับได้รู้จักสิ่งที่ตัวเองต้องปรับปรุงตัว แต่ไม่รู้ว่าสายเกินไปหรือป่าว ไม่รู้ว่าจะสามารถทำได้ดีแค่ไหน มีแต่ต้องลองดูกับตัวเอง หลายครั้งที่พยายามสร้างกฏกับตัวเอง หลายครั้งที่โทษตัวเองว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้คงมีแค่การเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ... แต่นี่ชีวิตจริง ไม่เหมื่อนเกมส์ที่จะรีเซฟแล้วเล่นใหม่ได้อีก อาจเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ที่ผมจะสื่อความในการดำรงอยู่เพื่อให้ ... ได้เข้าใจว่าทั้งหมดที่ทำก็เพื่อเธอเพียงคนเดียว

............................................................................................

เป็นธรรมดาที่คนเราจะมีนิสัยแตกต่างกัน ต่างที่ ต่างถิ่นมาอยู่ร่วมกัน ต่างคนก็ต้องปรับตัวเข้าหากัน เพื่อที่จะสร้างคำว่า มิตรภาพ ขึ้นในถมความคิดในใจ แต่เมื่อนานไป เราไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเบื่องหลังเค้าเป็นเช่นไร เราไม่มีทางรู้เลย
นอกจากจะมีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น ... มันก็แล้วแต่ดวง ... ใครจะรู้ความเห็นแก่ตัวมีด้วยกันทุกคน ขึ้นอยู่กับว่ามันจะออกมาตอนไหน บางคนขี้อายจนคนรอบข้างหาว่าหยิ่ง มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่จะมีสักกี่คนที่จะทนสิ่งที่เรียกว่าความเห็นแก่ตัวของคนอื่นมา ละลานเราในชีวิตได้ ในเมื่อเราต้องอยู่ร่วมห้องเดียวกับคนเหล่านั้น ... เราจะรู้ไหมว่าเค้าจะรักษาภาพของเค้าตอนนีได้นานแค่ไหน ผมก็ไม่รู้เหมื่อนกัน

........................................................................................

ความรู้สึกอยากอยู่คนเดียว โหยหาความเงียบ ในมุมมืดของตึกเหมื่อนซอมบี้ สร้างสรรค์จิต พบปะเพื่อนที่เราเข้าใจซึ่งกันและกัน .... การทำอะไรตัวคนเดียวแล้ว ท้ายที่สุดมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมาเลย เราอาจจะได้เงิน คะแนน ชื่อเสียง แต่สายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมโลกคงจะไม่ดีขึ้นมา ... แต่ใครจะแคร์ ในเมื่อนั้นคือตัวของเค้าเอง

.........................................................................................

ความรู้สึกเดิมๆ ??? ความเงียบ ความเหงา รู้สึกสนุก ตื้นเต้น ที่ได้ใจความคิด จิตนาการ ท่องไปในโลกแห่งความฝัน
สร้างสถานที่จำลองเล็กๆไว้ในหัวของเรา รอวันที่เรามีความรู้ ที่จะสร้างสิ่งเหล่านั้น ให้เป็นจริง แต่จะมีสักกี่คน ... ที่จะสร้างฝันให้เป็นจริง ใจจริงลึกๆ ผมไม่อยากให้มันจบลง เพียงเพราะเราตื้นจากฝันเลย ผมไม่อยากให้มันจบลงแค่นี้ ... ผมยังอยากที่จะมีฝันต่อไป พื้นที่ในใจของผม ยังคงจะมีฝันต่อไป ... ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ... มันจะคงอยู่กับผมตลอดไป

......................................................................................

การที่ความรู้สึกนี้กลับมา ... คงเป็นเพราะผมได้อยู่ตัวคนเดียว ในสถานที่เงียบๆ เป็นเวลานานกระมั้ง หรือว่าเพื่อนไม่คบด้วย ก็คงไม่ใช่ คงเป็นเพราะสันดานเดิมของผม รักความสันโดดมันยังไม่ได้หายไปไหน เวลาที่ผมอยากจะทำอะไร ผมมักจะลงมือทำคนเดียว เพราะไม่มีใครที่เค้าจะเอาเวลามาเสียให้กับผม ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัย ได้ทำให้ผมเจอกับความฝันที่ผมสร้างมันไว้เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก แต่ผมก็ได้ทรยศต่อมัน ทอดทิ้งไป ... เป็นเวลา 3 ปีของชีวิตมัธยม ที่ผมไม่รู้สึกถึงตัวตนของมัน จนกระทั่งหลายวันก่อนผมเริ่มนึกถึงวันเวลา บรรยากาศเวลาผมต้องอยู่ตัวคนเดียว แล้วรู้สึกสนุก การอยู่ตัวคนเดียวหลายคนอาจจะเหงา โดดเดี่ยว เดียวดาย เหมื่อนหญ้าแห้งๆ แต่ผมไม่ใช่ผมกลับรู้สึกสนุกที่ได้อยู่คนเดียว ได้สร้างความพื้นที่เล็กในหัวใจของเรา ใช่ ... ในตอนนี้มันกลับเป็นเพื่อนแท้ของผม ที่ไม่เคยทิ้งผมไปไหน ไม่เคยปล่อยให้ผมเดียวดาย แม้ว่าผมจะเคยทรยศมัน ... ในตอนนี้ผมจะสานฝันนั้นอีกครั้ง แต่มันจะไม่จบลง แค่จุดเดิม มันยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบ เพราะนี้คือ เด็กน้อยคนนึง ที่เป็นเพื่อนแท้ของผม ... แด่ความฝันที่ยังคงอยู่กับเราตลอดไป

คุณค่า

วันนี้ผมมีเรียน 8 โมงครึ่ง แต่ช่วงนี้ผมค่อนข้างนอนดึกเพราะมีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลาเลย ผมเลยตื้นค่อยข้างสายแต่ไม่มาก เมื่อไปถึงห้องเรียน อ่อ ลืมบอกไปว่าวันนี้ผมเรียนคอมพิวเตอร์ "เทคโนโลยีในสำนักงาน" ก็จะเป็นการเรียนพวก MS Office ทั้งหมด ซึ่งสำหรับผมก็ไม่ง่ายและก็ไม่ยากมา พออาจารย์มาถึงห้องก็มีข้าวดีมาบอกพวกผมเลยนั้นก็คือ คะแนนสอบกลางภาคนั่นเอง เหอ ๆ ผมก็กะว่าน่าจะได้เต็ม 20 เลยแหละ ไป ๆ มา ๆ กลับได้ 18 และก็แนะนำเพื่อนในชั้นเรียนที่ได้ 30 คะแนน แล้วถามพวกผมว่ารู้ไหมทำไมเขาถึงได้ 30 คะแนนเต็ม ผมก็รู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรตามไปมาก มารู้ตอนหลังว่าอาจารย์กรอบคะแนนผิดช่องไปและเรียกให้นักศึกษาที่สอบความรู้ IT ครบทั้ง 3 ระดับลุกขึ้นโชว์ตัวให้เพื่อน ๆ ได้เห็น แน่นอนไม่ใช่ใครนั้นก็คือผมนั้นเอง แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น เพราะวันนี้เรื่องที่จะเรียนก็คือ Excel นั้นเองเพื่อน ๆ ของผมใหญ่ทำไม่ได้ ผมเลยลงมือสอนแบบพยายามพูดให้พวกเขาเข้าใจ และพวกเขาก็ทำได้ด้วยความรู้จากที่อาจารย์สอนในห้องบวกกับคำแนะนำของผมเล็กน้อย หลังจากนั้นพวกเขาบอกว่าตอนเรียนก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนะ แต่เรามรึงพูดนี่เห็นภาพเลย ขอบใจนะ คำนี้แหละคือแบบว่า มันประทับใจ ไม่ค่อยมีคนเอ่ยคำนั้นได้แบบเต็ม ๆ ปากเลยมึคราวนี้แหละที่มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าขึ้นมา

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เครป & วอฟเฟิล

พูดถึงศูนย์อาหารในมหาวิทยาลัยแล้ว ก็คงจะไม่มีใครที่ไม่เคยไปใช้บริการแน่นอน รวมถึงตัวผมด้วย และแล้ววันนี้ผมก็รู้สึกเตะตากับร้านค้าร้านหนึ่งที่มีชื่อว่า เครป & วาฟเฟิล ได้ยินชื่อแล้วก็รู้สึกอยากกินขึ้นมาทันทีเลย ผมก็ตรงดิ่งไปที่ร้านนั้นทันที ซึ่งก็ไปดูรายการเมนูแล้ว ก็มีแต่ของชอบของผมทั้งนั้นเลย แน่นอนผมไม่รอช้าที่จะถามว่าไอศครีมมีกี่รสหรือครับ ในร้านนี้มีทั้งหมด 3 รสด้วยกันก็คือ สตอเบอร์รี่ ช๊อกโกแลต และมะนาว จากนั้นผมก็สั่งเครปไอศครีมสตอเบอร์รี่มา 1 ที่ รูปลักษณ์ของมันน่ากินมากคุ้มค่า 25 บาทจริง ๆ เครปไส้กล้วยหอม(ลูกใหญ่มาก)ผสมซอสช็อกโกแลต พร้อมไอศครีมแต่งหน้าแน่นอนคนขายแถมวิปครีมให้ด้วยใจดีจริง ๆ ซึ่งเมื่อได้กินแล้วก็รู้สึกถึงความแปลกใหม่ระหว่างร้อนกับเย็นที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วแต่กลับกลมกลืมกันภายในจานที่อยู่ต้องหน้าของผม ทำให้ผมรู้สึกประทับใจมากกับรายการของหวานนี้ สุดท้ายแล้วอยากบอกว่าคนขายน่ารักมาก(สำหรับผมนะ)

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

คนที่อยู่ข้างหลัง

วันนี้แม่ผมก็พยายามติดต่อหาผมตลอดทั้งวัน และคิดว่าผมน้อยใจที่โอนเงินไปให้ช้าแค่ 3 วัน แต่ไม่เลยผมแค่ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของผม เพราะช่วงนี้มีอะไรผิดปกติกับตัวผมหลายอย่างที่เดียว จนมาถึงช่วงหลัง 6 โมงเย็นผมก็ได้รับสายของแม่ เมื่อผมได้คุยกับแม่และอาม้าความรู้สึกกังวลในหลาย ๆ เรื่องก็หายไป รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก มันอาจเป็นความรู้สึกของคนที่อยู่ใกล้บ้านอย่างผมก็ได้

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Cyber society

ผมเป็นคนนึงที่ชอบอาศัยอยู่ใน cyber society ผมได้รู้จักคนมากมายในสังคมนั้น ทุกคนเข้ามาเพื่อต้องการอะไรสักอย่าง เพื่อน เงิน หรือ sex เมื่อคุยกันได้สักระยะนึงพวกเค้าเหล่านั้นก็หายไป เพราะไม่ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ
ตัวอย่าง ผมรู้จักเพื่อนคนนี่จาก Hi5 เราคุยกัน 2 ครั้งจาก comment จากนั้นเค้าก็ขอเบอร์โทรผมไป วันต่อมาเค้าโทรมาหาผม เราคุยกันทุกอย่างเหมือนจะดีไปหมด แต่เมื่อผมถามว่าทำไมดูเกร็ง ๆ จังเลย เค้าก็บอกว่านี่แหละตัวเค้า เค้าก็ขอวางสายผมเพื่อว่าจะให้ผมและตัวเค้าทำความเข้าใจใหม่ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำความเข้าใจอะไร หลังจากนั้นผมโทรกลับไปเค้าก็ไม่รับสาย และก็ไม่เคยโทรกลับมา
คนต่อไป คน ๆ นี้เรารู้จักทาง camforg เราคุยกับเหมือนพี่น้อง คุยในทุก ๆ เรื่อง แล้วหลังจากนั้น 2 วัน เค้าก็ส่ง sms มาขอโทษ ผมงงขอโทษอะไร เมื่อผมโทรกลับไปเค้าก็ไม่รับและไม่โทรกลับมาอีกเลย
คนสุดท้ายที่จะยกตัวอย่าง คนนี้ผมรู้จักมาได้ 3-4 ปีแล้ว แต่เราก็ไม่ได้คุยกันนานมากเลย เพิ่งจะมาคุยตอนผมย้ายมาอยู่ใน กทม. เค้ากับผมก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นได้เพื่อน หรือ พี่ เท่านั้น เมื่อคื่นเค้าโทรมาหาผมตั้งแต่เที่ยง จนถึงเที่ยงคืนโดยที่ผมไม่ได้รับสายเค้าเลย รวม ๆ แล้ว เกิน 50 สาย และในตอนเช้าอีกกว่า 10 สาย ผมรู้ว่าเค้าต้องการอะไร แต่การที่ทำแบบนี้มันเหมือนคนเป็นแฟนทำกันมากกว่าเป็นเพื่อนกัน นี่เป็น 3 ตัวอย่างที่ผมเจอและรู้สึกไม่ชอบใจนัก แต่ถ้าจะอยู่ในสังคมนี่ให้ได้เราก็ต้องทนต่อไป

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552

จำตารางสอบผิด

วันนี้เป็นวันสอบกลางภาควิชาสุดท้ายของผม ซึ่งผมจำได้ว่าจะต้องไปสอบตอน 15.00 น. เมื่อคืนผมเลยนอนดึกมาก ๆ และในตอนเช้าผมก็ตื้นมาเข้าห้องน้ำและคิดว่าจะนอนต่อ ทันใดนั้นเองผมก็คิดว่าไปดูตารางสอบดีกว่าว่าวันนี้สอบห้องไหน พอไปดูผมก็เกิดอาการตกใจแบบขนลุกเลย เพราะในตารางสอบบอกไว้ว่าวิชา BA201 สอบตอน 9.00 น. ผมรีบไปดูนาฟึกาตอนนี้ 8.30 น. อีกครึ่งชั่วโมงพระเจ้า ผมรีบวิ่งผ่านน้ำและใส่ AGI วิ่งไปที่มหาวิทยาลัยทันที่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะต่อไปจะได้ระวังมากขึ้น ขอบคุณสำหรับการลืมครั้งนี้ ครั้งหน้าผมจะดูตารางสอบให้ดีกว่านี้