วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไข้หวัด 2009 กับความจริงที่ผมเป็น

หากพูดถึงไข้หวัด 2009 แล้ว ผมเป็นคนนึงที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรมากนัก ไม่ป้องกันเลย จริง ๆ นะครับ ไม่รู้สึกเมื่อเห็นข่าวคนตายเพราะไข้หวัด 2009 จนมาถึงวันหนึ่ง ราวกลางเดือนมิถุนายน ผมมีอาการไข้ขึ้นตัวร้อนและรู้สึกไม่มีแรงจึงได้ไปหาหมอที่คลินิคแต่นื่งจากเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานจึงทำให้ไม่รู้ว่าคลินิคอยู่ที่ไหน จนทำให้ผมต้องพาตัวเองเข้าโรงพยาบาลนนทเวช ต่อคิวนานมาก ๆ กว่าจะถึงตัวหมอได้ หมอได้ตรวจความดัน เจาะเลือด เบาหวาน กลีเซอรอย คลอเลสเทอรอล ตรวจหมดทุกอย่าง และมาบอกว่า "คุณเป็นไข้หวัด 2009 แบบกลายพันธ์" ตอนนั้นเลยผมคิดว่างานเข้าแล้วสิ จะบอกแม่อย่างไรดี จะทำอย่างไรเรื่องเรียนหนังสือ ผมตัดสินใจเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว เพราะถ้าบอกแม่ไป เรื่องก็คงไม่ดีแม่เองก็ไม่สบายอยู่ด้วย จะให้ขาดเรียนก็คงไม่ได้ทุกอย่างมีคะแนน เพื่อน ๆ ในกทม.ผมก็ไม่ไปเจอ โทรมาบอกจะมาหาผมก็ปัดไม่ว่างไปซะทุกครั้ง ตั้งแต่วันนั้นผมยังคงไปเรียนปกติเพียงแต่ว่านั่งเรียนห่าง ๆ เพื่อน กลับมาถึงหอพักก็นอนลูกเดียว ทุก ๆ 3 วันผมจะไปหาหมอเพื่อตรวจอาการในช่วงอาทิตย์แรกนั้นไข้ค่อนข้างทรงตัวแต่ไม่มีแรงเลยจริง ๆ แม้แต่จะอาบน้ำแต่ก็ทน ๆ มันไปจนเข้าอาทิตย์ที่ 2 ผมฉีดยาลดไข้ไป 1 เข็ม อาการทรงตัวไม่ดีขึ้นไม่ทรุดลง จนเข้าอาทิตย์ที่ 3 ผมมีอาการดีขึ้นมีแรงมากขึ้น ไข้ลดลงจนเป็นปกติ ซึ่งตัวผมเองรู้สึกโล่งอกที่ตัวเองหายเป็นปกติแล้ว และในทุก ๆ ครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับไข้หวัด 2009 ใน website ต่าง ๆ ผมได้เข้าไปอ่าน comment ในข่าวนั้น ๆ
ผมรู้สึกว่าทำไมทุกคนต้องโทษแต่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช้รอรัฐบาลแต่มันเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศถ้าคนไทยร่วมใจกันป้องกันการแพร่เชื้อจะลดลงหรือหายไปจนประเทศไทยเลยก็ได้ เพราะนี้คือโรค โรคมันไม่ทำให้แผ่นดินไทยติดไข้หวัดได้ แต่มันทำให้ประชาชนติดได้ เพราะงั้นประชาชนต้องรักตัวเองรู้จักการป้องกัน โรคนี้ไม่ได้ร้ายแรงนักถ้าคุณรู้ตัวและป้องกันอย่างทันท่วงที

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น