วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
Last night in WU.
การลาจาก เป็นสิ่งที่ทุก ๆ คนจะต้องเจอ มีทั้งความสุขและความทุกข์ ผมเองก็เช่นกัน มันเกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจเพียงแค่ 5 นาที ครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตของผมและคนรอบข้างผมไป ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน อาจารย์ และพ่อแม่ ตอนช่วงเวลานั้นรายการสิ่งที่อยากจะทำ อยากจะระบายและอยากทำความเข้าใจก็ผุดเข้ามาในหัวของผมเต็มไปหมด ผมใช้เวลากว่า 1 เดือนก่อนที่จะบอกความจริงที่น่าเศร้ากับแม่ของผม และอีก 1 เดือนกับเพื่อน ๆ ของผม ผมพยายามทำสิ่งที่ผมอยากจะทำไปเรื่อย ๆ และก็มาถึงคืนสุดท้าย คืนนั้นผมมีงานที่จะต้องให้เพี่อนของผม เพื่อนคนนั้นเรียนอยู่ต่างคณะกัน เขาไม่มีเวลาที่จะทำงานชิ้นนี้ เพราะคณะที่เรียนนั้นงานเยอะมาก ผมจึงอาสาทำให้ ซึ่งมันก็มาเสร็จเอาคืนนี้พอดี ผมนัดเขามาเอางานที่ห้อง 217 ห้องพักแห่งแรกของผม เขามาด้วยสภาพที่เหนือยเพราะเพิ่งทำกิจกรรมของคณะเสร็จ เรานั่งคุยกันเรื่องงาน และเรื่องที่ผมจะจากไป เขาถามผมว่าแล้วจะกลับมาอีกไหม ? มันเป็นคำถามที่แทงใจผมจริง ๆ และต่อด้วยกลับมาคราวหน้าจะพาไปเลี้ยงนะ คือตอนแรกผมกับเขาก็เป็นเพื่อนกันจากการเล่นบาส เรามีปัญหากันในการแข่งบาสเฟรสชี่ จนไม่คุยกันจนถึงเทอมที่ 3 และเราก็กลับมาคุยกันด้วยการเล่นบาส และคราวนี้เราสนิดกันมากขึ้น จากเพื่อนกลายเป็นเพื่อนรักเลยทีเดียว ผมมีความสุขมากที่ก่อนจากไปมีเรื่องดี ๆ แบบนี้ สิ่งเดียวที่ผมอยากจะทำความเข้าใจกับเพื่อนคนนี้ก็กลายเป็นจริง จนถึงวันนี้เราก็ยังติดต่อกันบ้างแต่ไม่บ่อยนัก เพราะภาระหน้าที่ ๆ ต้องรับผิดชอบของแต่ละคน
วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
"Angels & Demons" & "The Da Vinci Code"
ผมไม่รู้ว่าตัวผมเองชอบดูภาพยนตร์เรื่องราวความลึกลับของศาสนาตั้งแต่เมื่อไร จนผมได้ดูภาพยนตร์เรื่องเทวากับซาตานสาเหตุที่ผมดูคงเป็นเพราะชื่อเรื่องไปตรงกับละครภาษาอังกฤษในช่วง ม.6 เข้า เมื่อผมได้ดูแล้วมันทำให้ผมมีมุมมองที่กว้างมากขึ้น และกลายเป็นความชอบส่วนตัวไปโดยปริยาย หลังจากนั้นผมได้ไปหาภาพยนตร์ในปี 2006 ดาวินชี โค้ด มาดูและผมก็ตกใจเมื่อได้รู้ว่า เทวากับซาตานเป็นภาคต่อของดาวินชี โค้ด อีกตำนานหนึ่งของศาสนา และผมหวังว่าในอนาคตจะมีภาพยนตร์แนวนี้กำเนิดขึ้นมาอีก
วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ไข้หวัด 2009 กับความจริงที่ผมเป็น
หากพูดถึงไข้หวัด 2009 แล้ว ผมเป็นคนนึงที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรมากนัก ไม่ป้องกันเลย จริง ๆ นะครับ ไม่รู้สึกเมื่อเห็นข่าวคนตายเพราะไข้หวัด 2009 จนมาถึงวันหนึ่ง ราวกลางเดือนมิถุนายน ผมมีอาการไข้ขึ้นตัวร้อนและรู้สึกไม่มีแรงจึงได้ไปหาหมอที่คลินิคแต่นื่งจากเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานจึงทำให้ไม่รู้ว่าคลินิคอยู่ที่ไหน จนทำให้ผมต้องพาตัวเองเข้าโรงพยาบาลนนทเวช ต่อคิวนานมาก ๆ กว่าจะถึงตัวหมอได้ หมอได้ตรวจความดัน เจาะเลือด เบาหวาน กลีเซอรอย คลอเลสเทอรอล ตรวจหมดทุกอย่าง และมาบอกว่า "คุณเป็นไข้หวัด 2009 แบบกลายพันธ์" ตอนนั้นเลยผมคิดว่างานเข้าแล้วสิ จะบอกแม่อย่างไรดี จะทำอย่างไรเรื่องเรียนหนังสือ ผมตัดสินใจเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว เพราะถ้าบอกแม่ไป เรื่องก็คงไม่ดีแม่เองก็ไม่สบายอยู่ด้วย จะให้ขาดเรียนก็คงไม่ได้ทุกอย่างมีคะแนน เพื่อน ๆ ในกทม.ผมก็ไม่ไปเจอ โทรมาบอกจะมาหาผมก็ปัดไม่ว่างไปซะทุกครั้ง ตั้งแต่วันนั้นผมยังคงไปเรียนปกติเพียงแต่ว่านั่งเรียนห่าง ๆ เพื่อน กลับมาถึงหอพักก็นอนลูกเดียว ทุก ๆ 3 วันผมจะไปหาหมอเพื่อตรวจอาการในช่วงอาทิตย์แรกนั้นไข้ค่อนข้างทรงตัวแต่ไม่มีแรงเลยจริง ๆ แม้แต่จะอาบน้ำแต่ก็ทน ๆ มันไปจนเข้าอาทิตย์ที่ 2 ผมฉีดยาลดไข้ไป 1 เข็ม อาการทรงตัวไม่ดีขึ้นไม่ทรุดลง จนเข้าอาทิตย์ที่ 3 ผมมีอาการดีขึ้นมีแรงมากขึ้น ไข้ลดลงจนเป็นปกติ ซึ่งตัวผมเองรู้สึกโล่งอกที่ตัวเองหายเป็นปกติแล้ว และในทุก ๆ ครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับไข้หวัด 2009 ใน website ต่าง ๆ ผมได้เข้าไปอ่าน comment ในข่าวนั้น ๆ
ผมรู้สึกว่าทำไมทุกคนต้องโทษแต่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช้รอรัฐบาลแต่มันเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศถ้าคนไทยร่วมใจกันป้องกันการแพร่เชื้อจะลดลงหรือหายไปจนประเทศไทยเลยก็ได้ เพราะนี้คือโรค โรคมันไม่ทำให้แผ่นดินไทยติดไข้หวัดได้ แต่มันทำให้ประชาชนติดได้ เพราะงั้นประชาชนต้องรักตัวเองรู้จักการป้องกัน โรคนี้ไม่ได้ร้ายแรงนักถ้าคุณรู้ตัวและป้องกันอย่างทันท่วงที
ผมรู้สึกว่าทำไมทุกคนต้องโทษแต่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช้รอรัฐบาลแต่มันเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศถ้าคนไทยร่วมใจกันป้องกันการแพร่เชื้อจะลดลงหรือหายไปจนประเทศไทยเลยก็ได้ เพราะนี้คือโรค โรคมันไม่ทำให้แผ่นดินไทยติดไข้หวัดได้ แต่มันทำให้ประชาชนติดได้ เพราะงั้นประชาชนต้องรักตัวเองรู้จักการป้องกัน โรคนี้ไม่ได้ร้ายแรงนักถ้าคุณรู้ตัวและป้องกันอย่างทันท่วงที
กล้องหลาย .. ล้านพิคเซล
กล้องหลาย .. ล้านพิคเซลถ้าผู้อ่านได้ติดตามข่าวสารมือถือบ่อยๆ จะเห็นว่า เหล่าค่ายมือถือได้พัฒนากล้องติดมือถือลํ้าสมัยขึ้นเรื่อยๆ จาก 3.2MP ขึ้นมา 5MP ... เเละล่าสุดคือ 12 ล้านพิคเซล !! จะว่าไปก็จะเท่ากับกล้องคอมเเพคราคาราวๆ 7-8 พันบาทเข้าไปทุกทีเเล้วล่ะ เเถมลูกเล่นกล้อง เเทบไม่ต่างจากกล้องจริงเช่นเดียวกัน อย่าง Image Stabilizer, Face Detection, Smile Shot. ฯลฯ ซึ่งหลายๆ อย่าง ก็อํานวยความสะดวกให้กับผู้ใช้เป็นอย่างดีอย่างไรก็ตาม กล้องติดมือถือ ฤาจะสู้กล้องของจริงขนานเเท้ได้ (ชนะเเค่เพียงความสะดวกสบาย) เเม้ว่าจํานวนพิคเซลจะเท่ากัน เเต่ด้วยข้อจํากัดในด้านฮาร์ดเเวร์ ทําให้กล้องในมือถือ ต้องตัดโน่นตัดนี่ออกไปพอสมควร ทําให้คุณภาพรูป หรือการใช้งานยังไม่ดีเท่าควร ยอมรับว่าตอนนี้กล้องติดมือถือ (โดยเฉพาะเจ้า Pixon12 ข้องซัมซุง) ใกล้เคียงกับกล้องจริงๆ มาก เเต่ก็ต้องดูกันต่อละครับ ว่าคุณภาพจะดีหรือไม่ อย่างไรส่วนความจําเป็นในการใช้งาน ถ้า User ใช้งานเเค่ถ่ายรูปกลางเเจ้ง ถ่ายรูปทํางาน จิปาถะทั่วไป ใช้เเค่ 5 ล้านพิคเซลก็เพียงพอละครับ เพราะการอัดรูปขนาด 4x6 จะเเสดงผลสูงสุดเเค่ 5MP เท่านั้น เเต่ถ้าต้องการอัดรูปขนาดใหญ่กว่านั้น ก็อาจจะใช้เพียง 8MP ก็เพียงพอ เเละคําถามที่ถามว่า ยิ่งจํานวนพิคเซลเยอะๆ จะช่วยให้ภาพชัดขึ้นหรือไม่ ? คําตอบก็คือ ช่วยได้ส่วนนึงครับ เเต่ยังมีองค์ประกอบหลายๆ ด้านที่จะทําให้รูปออกมาดี อย่าง ฮาร์ดเเวร์, ซอฟเเวร์กล้อง, สภาวะที่เราถ่ายภาพตอนนั้น รวมถึงผู้ใช้งานเองด้วย เท่านี้ก็น่าจะหายสงสัยไปได้บ้างเเล้วล่ะ
Thx by papayatop
Thx by papayatop
วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
เข้าห้องน้ำผิด
วันนี้เป็นวันที่ไม่ดีเลยสำหรับผม ระหว่างที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ศูนย์สนเทศนั้น เจ้ากรรมนายเวรจากร้านหมูกระทะเมื่อคืนก็ตามมาทำพิษจนได้ จนผมต้องรีบเดิน+วิ่งไปห้องน้ำ เพื่อที่จะทำการคลอดลูก แต่ระหว่างการทำคลอดนั้น ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคุยในห้องน้ำ คิดในใจว่าผีหลอกหรือป่าว และก็มีคนเข้าห้องน้ำที่อยู่ติดกับผม ผมจึงค่อย ๆ ก้มหน้าลงไปดูก็พบ !! รองเท้าของผู้หญิง -*-+ อ้าวเข้าห้องน้ำผิดนี่หว่า จะทำไงดี และมีคนมายืนรอเค้าเต็มไปหมดเลย ผมจึงเข้า ๆ ก้มลงไปมองที่พื้นเป็นระยะ ๆ ว่าเมื่อไรคนจะออกไปหมดสักที ผ่านไปครึ่งชั่วโมงคนก็ยังเข้าห้องน้ำกันไม่หยุด เอ้ย จะเข้าอะไรกันหนาว่ะเนี้ย (คิดในใจ) จนผมทนไม่ไหวจนเปิดประตูออกไปแล้วก็พบกับผู้หญิงวัยทอง 2-3 คนยืนคุยกันอยู่ เมื่อเห็นผมออกมาจากห้องน้ำทั้ง 3 คนร้องกรี้ดดังมาก ๆ ขอบอก ผมเลยรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ แล้วไปยืนหลบในชั้นหนังสือ แล้วจึงแอบขึ้นลิฟป์หนีไป
วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ความฝันกำลังจะพังทลาย
คอนเสริต์ Chill out friday & Calories Blah Blah ที่ผมได้บัตรชมมาฟรีจากการเล่นกิจกรรมนั้น เริ่มจะส่อแววไม่ได้ไปแล้ว เนื่องจากไม่มีคนไปเป็นเพื่อน คนที่ผมอยากให้ไปก็ติดธุระไปไม่ได้ เลยทำให้ผมคิดในใจว่าถ้าไปคนเดียวคงไม่ไปแน่นอน ผมอยากไปดูพี่บอยร้องเพลง ถ้ามีโอกาสก็อยากจะขอถ่ายรูปด้วยซึ่งนาน ๆ จะได้มีโอกาสแบบนี้แต่ถ้าเรื่องมันต้องมาลงเอยที่ว่าสละสิทธิ์บัตรเข้าชมผมคงจะเศร้าน่าดูเลย แต่ผมจะลองดูจนถึงวันพรุ่งนี้ถ้าหาใครไม่ได้จริง ๆ ผมจะสละสิทธิ์ให้คนอื่นไปแทน
บายสีสู่ขวัญคณะศิลปกรรมศาสตร์
วันนี้ 5 โมงครึ่งรุ่นพี่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้จัดกิจกรรมบายสีสู่ขวัญจากพี่สู่น้อง บรรยายกาศภายในงานก็เรียบง่ายกว่าที่คิดไว้ เดินให้รุ่นน้องเดินเข้าพิธีในสภาพปิดตาด้วยผ้าดำ และจับมานั่งล้อมวงบายสีเป็นวงกลม และก็มีอาจารย์ฝ่ายวินัยมาพูดเรื่องการแต่งกาย ประธานกล่าวเปิด แจกเทียนให้รุ่นน้อง เพลงประสานเสียงดังขึ้น รุ่นพี่ค่อย ๆ จุดเทียนส่งต่อกันไปให้รุ่นน้อง และให้รุ่นน้องลุกขึ้นไปให้อาจารย์ประจำคณะผูกสายศิลให้หลังจากนั้นรุ่นน้องจะกลับบ้านเลยก็ได้หรือจะให้รุ่นพี่ผูกสายศิลให้ก็ตามสบาย อย่างที่ผมบอกกิจกรรมจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ในใจลึก ๆ แล้ว ผมว่ามันมีความหมาย ความหมายอะไร ? ผมดูจากรุ่นพี่แต่ละคนในวันนี้ผมก็พอจะเข้าใจอะไรได้ เข้าใจอะไร ? ตรงนี้ผมไม่สามารถบรรยายได้เพราะถ้าคุณไม่ได้อยู่ในกิจกรรมชาตินี้ทั้งชาติคุณก็จะไม่มีทางรู้ได้เลย
วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
Exam Mid-Term IT206
วันนี้เป็นการสอบนอกตารางวิชาแรก IT206 เป็นวิชาง่าย ๆ เกี่ยวกับการใช้โปรแกรม MS Office ซึ่งถ้าตั้งใจฟังดี ๆ แล้วละก็สอบข้อสอบได้แน่นอน ซึ่งข้อสอบวันนี้มี 20 คะแนน ด้วยกัน 3 ตอน ตอนแรก Word ต่อที่ 2 Pubisher ตอนที่ 3 PowerPoint ซึ่งผมก็พอทำได้และเชื่อว่า 20 คะแนนได้ 19 คะแนนแล้ว ถ้าไม่มีอะไรรอดหูรอดตาไป และวันนี้ตอนเย็นจะมีการ บายสีสู่ขวัญของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งส่วนตัวแล้วไม่ค่อยอยากเข้าเท่าไรนัก แต่ก็เข้าดีกว่าเพราะโดนรุ่นพี่ยึดบัตรนักศึกษาไปแล้ว
สอบทดสอบความรู้ IT 3 ระดับ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จะมีการให้ทดสอบความรู้ทางด้าน IT ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ระดับ Basic , Intermedia และ Advance ซึ่งจะมีความยากและจำนวนข้อที่แตกต่างกันไป ตอนแรกผมไม่เห็นความสำคัญของการสอบเท่าไร เพราะว่าสามารถสอบได้เรื่อย ๆ ไม่จำกัดเวลา แต่พอผมได้ไปลองทำข้อสอบดู มันทำให้ผมรู้ว่าถ้าเราจะสอบให้ผ่าน เราจำเป็นต้องมีความรู้จริง ๆ ถ้ามีความรู้ครึ่งกลาง ๆ ไป ก็คงไม่สามารถสอบผ่านได้แน่นอน จากการสอบผมได้รู้ว่าตัวผมไม่รู้เรื่องอะไร และสามารถนำกลับมาฝึกเพิ่มเติมเพื่อที่จะเสริมความรู้ไปสอบให้ผ่านได้ แต่ก่อนผมไม่ชอบ Excel เลยรู้สึกว่ามันยากและซับซ้อน แต่ตอนนี้ผมรู้ชอบและรู้สึกว่ามันง่ายใช้งานได้หลายหลาก นี่แหละเป็นข้อดีของการสอบ IT ที่ผมได้รับ
วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
Music Chill Out Friday & Calorise Blah Blah
วันนี้ทางสนามเด็กเล่นแห่งมั่วซุ่มในอินเทอร์เน็ตของผมมีกิจกรรมแจกบัตรเข้าชมการแสดงสดของ Friday และ Calorise Blah Blah สองวงดนตรีโปรดของผม ใน Event Music Chill Out By Chill98FM ครับ
ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผมแทบหายไปจากโลกนี้เลยทีเดียวเพราะมีการกำหนดเวลาด้วย เลยทำให้กิจกรรมดูน่าตื้นเต้นมากบวกกับคนที่มารอเล่นกิจกรรม ซึ่งมันเป็นแรงกดดันบทท่อนกำลังใจผมมาก ๆ เลย แต่ผมก็สามารถผ่านมันมาได้ด้วยดีด้วยเทคนิคนิดหน่อย อิอิ การแสดงจะมีขึ้นในวันที่ 25 เดือนนี้ ที่ Central World ซึ่งเป็นวันเสาร์ก่อนสอบ Mid-Term ถือว่าไปคลายเครียดก่อนสอบละกัน....อ้า ท้ายสุดแล้วขอบคุณสนามเด็กเล่นและพี่แม่ไก่มาก ๆ นะครับสำหรับโอกาสในครั้งนี้
ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผมแทบหายไปจากโลกนี้เลยทีเดียวเพราะมีการกำหนดเวลาด้วย เลยทำให้กิจกรรมดูน่าตื้นเต้นมากบวกกับคนที่มารอเล่นกิจกรรม ซึ่งมันเป็นแรงกดดันบทท่อนกำลังใจผมมาก ๆ เลย แต่ผมก็สามารถผ่านมันมาได้ด้วยดีด้วยเทคนิคนิดหน่อย อิอิ การแสดงจะมีขึ้นในวันที่ 25 เดือนนี้ ที่ Central World ซึ่งเป็นวันเสาร์ก่อนสอบ Mid-Term ถือว่าไปคลายเครียดก่อนสอบละกัน....อ้า ท้ายสุดแล้วขอบคุณสนามเด็กเล่นและพี่แม่ไก่มาก ๆ นะครับสำหรับโอกาสในครั้งนี้
ป้ายกำกับ:
calories blah blah,
chill98fm,
friday,
music chill out,
playground society
วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
อย.น้อย
สมัยที่ผมเรียนมัธยมอยู่นั้น เพื่อน ๆ ในห้องของผมได้เข้าชมรม อย.น้อย ซึ่งหากพูดอย.น้อยนั้น มันก็ต้องมีการทดสอบอาหารเพื่อที่จะพัฒนาระดับความปลอดภัยจากอาหาร แน่นอน อย.น้อยไม่ได้มีแค่ในโรงเรียนนี้ โรงเรียนเดียว มันก็ต้องมีการจัดอันดับ แข่งขัน อย.น้อย เป็นระดับ ๆ ไป และอาจารย์ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่นั้น ก็ได้ขอให้ผมไปช่วยทำ สไลด์นำเสนอ อย.น้อยของโรงเรียน ซึ่งผมก็เต็มใจทำทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะในช่วงนั้นผมได้เตรียมตัวซ้อมประกวดละครภาษาอังกฤษระดับจังหวัดอยู่ด้วย และวันที่อาจารย์จะใช้สไลด์นั้นก็ตรงกับวันที่ผมไปประกวดพอดี ทำให้คืนนั้นผมต้องมานอนค้างโรงเรียนคนเดียว เพื่อที่จะนั่งทำสไลด์ให้เสร็จ แน่นอนผมทำตั้งแต่ 6โมงเย็น กว่าจะเสร็จก็ราว ๆ ตี 3 ครึ่งแล้ว เหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมงครึ่งที่ผมจะต้องไปเตรียมตัวไปแสดงละครแล้ว วันนั้นการแสดงเป็นไปด้วยดีถึงแม้จะได้ที่ 2 เพราะว่าผมพูดภาษาอังกฤษแบบที่คนไทยไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไร หรือจะให้พูดว่าออกเสียงแบบฝรั่งแท้ ๆ ก็ได้มั้ง ถึงผมก็ไม่ได้ไปโทษว่าใคร หรือ เหตุที่แพ้เพราะอดหลับอดนอน หลังจากนั้น 1 อาทิตย์อาจารย์ที่ขอให้ผมช่วยทำสไลด์ ก็บอกว่าเสร็จงานนี้เดียวไปกินหมูกระทะกัน บอกตรง ๆ ผมดีใจมากที่ได้ยินคำนั้น ไม่ใช่ว่าอยากกินหมูกระทะหรอกครับ แต่เป็นเพราะว่าผมได้ทำประโยชน์ให้กับอาจารย์ แต่มันก็เป็นแค่ช่วงเวลานึง หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้กลับมาจากการพรีเซ้น อย.น้อย อาจารย์บอกว่า สไลด์ที่ผมทำนั้น ไม่ได้เอาไปใช้ แต่เอาสไลด์อันใหม่ที่อาจารย์ทำเองไปใช้แทน ตอนนั้นผมบอกตามตรงว่ามันเจ็บครับ ถ้าไม่ใช้แล้วจะให้ผมทำมันขึ้นมาทำไม ผมยอมอดหลับอดนอนทำให้มันเสร็จแก้ไขแล้วแก้ไขอีกให้ออกมาดูดีที่สุด แต่สุดท้ายก็เหมือนกับเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เรื่องไปกินหมูกระทะกันก็เงียบหายไป เพื่อน ๆ ไปพรีเซ้นมาบอกว่า อาจารย์เค้าพาไปเลี้ยงแล้ว ผมก็เข้าใจว่าตัวผมไม่ได้มีค่าอะไรมากพอ และงานที่ผมทำก็เช่นกัน จนถึงวันที่ผมพิมพ์อยู่ผมก็ยังรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเอกชน กับ รัฐบาล ตอนแรกผมคิดว่ามันไม่แตกต่างกันมากนักแต่พอได้เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยเอกชนแล้ว บอกได้เลยว่า "แตกต่าง"ปี 51 ผม add ไปที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เหมื่อนชีวิตได้เกิดใหม่เลย อาจารย์ที่ดูแลเอาใจใส่ สถานที่สวนงาม ธรรมชาติที่เราไม่เคยพบเห็น เพื่อนที่ดีดูแลเอาใจใส่เราไม่เคยหักหลัง เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมโหยหาในช่วงมัธยม 1ปีที่ผมเรียนอยู่ที่นั้น ผมมีความสุขมากและเวลาแห่งการตัดสินใจก็มาถึง เมื่อสิ่งที่เรียนมันไม่ใช่ตัวเรา ผมจึงจำเป็นต้องออกจากที่นั้นและหาสิ่งที่ใช้สำหรับตัวเองจึงตัดสินใจเข้า Dpu Dpu เป็นมหาวิทยาลัยที่ดี แต่มันก็แสดงถึงความแตกต่างในเรื่องของสังคม สัมพันธมิตร ยิ่งเรียนที่นี้มากเท่าไร ผมยิ่งคิดถึงที่เก่ามากเท่านั้น จวบจนวันนี้เพื่อนในเมเจอร์ , คณะ และต่างคณะที่ผมได้รู้จักก็ยังติดต่อหาผมเป็นประจำ ผมไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะยังคงอยู่ไปได้อีกนานไหม แต่ที่แน่ ๆ ผมจะไม่มีวันลืมเลย G3 , Anima(l) Ranger , Bear roar และอื่น ๆ
การเริ่มต้น
หลาย ๆ ครั้งในชีวิตของคนเรา มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นมา ทั้งดี และไม่ดี ผมเองก็เช่นกันที่ตั้งแต่เกิดมา ก็มีเรื่องดีและไม่ดี เมื่อเวลาผ่านไป จนผมลืมเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มันกลับทำให้ผมรู้สึกเศร้ากับอดีตของผมและตอนนี้ ตัวผมเองก็อยากได้อดีตของผมกลับคืนมาจากความทรงจำกลายเป็นตัวอักษร เพื่อที่ตัวผมเองจะจดจำความทรงจำอันมีค่าไว้ตลอดไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
